จู่ๆ พรรคเพื่อไทยโดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคประกาศแถลงการณ์แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนในชาติโดยเสนอ จุดยืนของพรรคเพื่อไทยและเสนอแนะต่อรัฐบาล 5 ข้อ คือ 1.พรรคเพื่อไทยเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการพูดจาหารือ แลกเปลี่ยนความคิด และความเชื่อระหว่างกลุ่มที่มีความขัดแย้งกันอย่างสันติวิธี
ปรากฏการณ์ย้ายพรรคที่เกิดขึ้นขณะนี้ถือว่าผิดปกติ ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ขาดอุดมการณ์ทางการเมืองแม้นาย “สุเทพ เทือกสุบรรณ”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาการันตีว่า คนอยากไปก็ต้องไป ถ้าคนไม่อยากไป ต่อให้เอาทองมากองเท่าช้างก็คงไม่สน
มีคำถามตามมาว่าการเมืองไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างที่ “สุเทพ”พูดจริงหรือ?
เพราะความเป็นจริงฝ่ายผู้ถืออำนาจ มีอิทธิฤทธิ์มากกว่ายักษ์ถือกระบอง คอยหักแข้ง หักขาฝ่ายตรงข้าม ส.ส.พรรคเพื่อไทยเลยหวั่นไหวไหลสู่อ้อมอกพรรคภูมิใจไทยไม่หยุด
หากย้อนกลับไปมองในอดีต พรรคภูมิใจไทยขณะนี้ก็คงไม่แตกต่างจากพรรคไทยรักไทยและพรรคการเมืองอื่น ที่มีเป้าหมายช่วงชิงส.ส.โดยใช้ทุนรอนดึงดูด
ตราบใดที่ผลประโยชน์ลงตัวทุกอย่างไม่มีปัญหา หากจัดสรรไม่ลงตัว แต่ละกลุ่ม แต่ละก๊วนก็นำส.ส.ถอนตัวออกมาตั้งพรรคใหม่ทันที
การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย จึงย่ำรอยเดิมของหลุมดำ พยายามทุกวิถีทางที่จะใช้ทุนมหาศาลเป็นตัวล่อ รวมทั้งเสนอผลประโยชน์จากเงินงบประมาณก้อนโตแลกเปลี่ยน เน้นปริมาณ แต่ขาดคุณภาพ
แต่อย่าลืม..ว่าสมัยพรรคไทยรักไทยฟีเวอร์ กระแสชื่นชอบในตัว “พ.ต.ท.ทักษิณ” สูงลิ่วชนิดส่งส.ส.หน้าใหม่ลงพื้นที่ใดในภาคอีสาน ยังสามารถชนะเลือกตั้งได้ แถมไม่ได้ใช้ทุนสูงเหมือนที่พรรคภูมิใจไทยดำเนินการอยู่ตอนนี้
สนนราคาแพ็คคู่ 80 ล้านบาท หรือรายหัว 30-50 ล้านบาท จึงไม่ใช่ตัวเลขเกินจริงที่กล่าวหากันลอยๆ นี่ยังไม่รวมกับผลประโยชน์อื่นที่จะได้รับอภินันทนาการในพื้นที่ทันทีเมื่อตัดสินใจ
ทำให้ขณะนี้มีส.ส.บางพื้นกำลังอยู่ในช่วงต่อรองของบประมาณ 30-80 พันล้านบาทแลกกับการจัดสรรลงพื้นที่นั้นๆ
ส.ส.อาวุโสของพรรคชาติไทยพัฒนารายหนึ่ง ซึ่งคร่ำหวอดกับเรื่องย้ายพรรคมานาน วิเคราะห์ให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า มีการเสนอตัวเลขด้วยวงเงินที่สูงจริง ไม่รู้ว่าแกนนำเหล่านั้นนำเงินมาจากไหน หากบวกลบคูณหารน่าจะ หนากว่าสมัยของ “พ.ต.ท.ทักษิณ”ทีเดียว
สนนราคาของ ส.ส.ใหม่ยังได้มากขนาดนี้ และจ่ายเงินสะเปะสะปะไม่เลือกหน้าว่าสมัยหน้าจะได้รับเลือกกลับมาหรือไม่ ทำให้ส.ส.เก่าหลายคนอดหวั่นไหวไม่ได้เหมือนกัน
ถึงกระนั้นตัวเขาก็ยังไม่คิดจะย้ายไปไหน เพราะเชื่อว่าหากพรรคใดได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาต้องได้เข้าร่วมรัฐบาลแน่นอน
แต่สมการทางการเมืองไม่ได้อยู่ที่การเสนอผลประโยชน์มหาศาล งบประมาณก้อนโตเพียงอย่างเดียว หากยังมีการใช้อิทธิพลข่มขู่อีกหลายรูปแบบ ผู้ที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้คงหนีไม่พ้นประชาชนทั้งประเทศ
ลำดวนแดง รายงาน
เรื่องความวุ่นวายในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ยังวุ่น ยังไม่จบง่ายๆ กับการศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าการฯสตง. แต่ข่าวสาดโคลนกันไปมาอย่างต่อเนื่องเป็นระลอกยังมีให้เห็นกัน ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน โดยเฉพาะในวงการก่อสร้างที่มีการแฉว่า มีการเก็งกำไรด้วยการซื้อที่ดินบริเวณรอบๆ สำนักงานใหม่ของสตง.ไว้ เพื่อเตรียมทำโครงการขนาดใหญ่ทั้งที่อยู่อาศัยและศูนย์ธุรกิจ ซึ่งธนาคารจะอนุมัติเงินลงทุนก่อสร้างก็ต่อเมื่อสตง.ลงเสาเข็มก่อสร้างสำนักงานใหม่แล้วเท่านั้น เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลทีเดียว ชนิดแทบหมดหน้าตัก
แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีข่าวหึ่งเรื่องโครงสร้างของสำนักงานใหม่สตง.เองยังอันตรายมากๆ เพราะออกแบบโครงสร้างผิดและยังมีทั้งสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่อยู่ข้างๆที่ และยังมีสถานีควบคุมแรงดันแก๊สของปตท.โดยเดินท่อแก๊สแรงดันสูงผ่านสำนักงานใหม่ด้วย แล้วงงนิดๆที่ว่ามีที่ข้างๆศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะที่มีคนจะมอบให้สตง.สร้างสำนักงานใหม่ ซึ่งใหญ่กว่าแถมอนาคตจะมีรถไฟฟ้าผ่านด้วย
ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วนะครับว่า ทำไมศึกการแย่งชิงเก้าอี้สตง.ถึงไม่จบง่ายๆ ข้างในสตง.ยังคงวุ่นวายต่อครั้งในการประกวดการออกแบบสำนักงานใหม่มีการยกเลิกถึง 3 ครั้ง เพราะคณะกรรมการดันพิจารณาให้บริษัทอื่นชนะ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ทับชุดเดิมเพื่อให้เลือกกิจการร่วมค้าคาบิเน็ต แต่ท้ายที่สุดสมาคมสถาปนิกสยามยื่นหนังสือว่ากิจการร่วมค้าคาบิเน็ตขาดคุณสมบัติและผิดพรบ.จึงมีการตั้งคณะกรรมการซ้อน แล้วคณะกรรมการชุดใหม่ก็ทำตามใบสั่ง ทั้งๆที่ผิดระเบียบและกฏหมาย แม้กระทั่งขั้นตอนตรวจรับแบบก็ทำเสร็จภายในอาทิตย์เดียว จนวิศวกรในชุดคณะกรรมการตรวจรับแบบต้องถึงขนาดลาออก
เพราะเห็นว่าแบบที่ผู้ออกแบบผิดพลาดอย่างมากไม่สามารถจะก่อสร้างได้จริง
อีกทั้งผิดTORที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งคณะกรรมการราคากลางที่เป็นวิศวกร
นำเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการกำหนดราคาวัสดุและปริมาณสูงกว่าความเป็นจริง
และความผิดพลาดในการออกแบบร่วมทั้งการล๊อคสเป็กของและล๊อคสเป็กผู้รับเหมา
โดยการกำหนดว่าผู้รับจ้างต้องเคยทำงานด้านสถาปัตยกรรมไทยมาไม่น้อยกว่า650ล้านบาทในช่วงระยะเวลา โดยนำความดังกล่าวแจ้งกับรองฯจนรองฯเข้าไปถามคุณหญิงเรื่องปัญหาต่างๆ แต่กลับได้รับคำสั่งด้วยวาจาให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ
แม้การตรวจสอบครั้งนี้จะใช้วิศวกรของสตง. 40 กว่าคน ตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า แต่ก็ยังพบว่าในการออกแบบมีการล๊อคสเป็กจริง โครงสร้างออกแบบผิดหลักวิศวกรรมจริง กำหนดปริมาณวัสดุก่อสร้างจำนวนสูงกว่าความเป็นจริง จึงได้ประกาศยกเลิกการประกวดราคาก่อสร้างพร้อมทั้งวิศวกรทั้งหมดไม่ยอมทำราคากลาง การก่อสร้างจึงไม่เกิดขึ้น จึงเป็นเหตุเริ่มเกิดปัญหาในสตง.
เอาอย่างนี้สิครับเพื่อความโปร่งใสและได้ประโยชน์กับสตง.ควรย้ายสถานที่ก่อสร้างเลย ข้างๆศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่มีคนจะมอบให้ใหญ่กว่าด้วย ปลอดภัยจากท่อแก๊สและโรงไฟฟ้าแรงสูงด้วยอีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าผ่าน จะได้เดินทางสะดวกสบายไม่ต้องเสียเงินไปหาซื้อบ้านใหม่ อีกทั้งยังอยู่ใกล้หน่วยงานรับตรวจจะได้ตรวจสอบโดยไม่ต้องเดินทางไกลด้วย ว่าแต่ว่างานนี้จะมีใครกล้าทำเพื่อทำให้บ้านของตัวเองดีขึ้นและลบข้อครหาความไม่โปร่งใส
พ่ายแพ้อย่างยับเยินสำหรับการเลือกตั้งส.ก.และส.ข.ของพรรคเพื่อไทย ที่ศึกชิงชัยในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร.ครั้งนี้พรรคประชา ธิปัตย์คู่แข่ง นำโด่งชนิดไม่เห็นฝุ่นด้วยการนำทีม
ในที่สุดปัญหาคาราคาซังในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็ใกล้จะจบลงในเวลาอันใกล้นี้ เมื่อนายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตัดสินใจยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้คุณหญิงจารุวรรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
ตามอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนกรณี การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
โดย สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ในกรณีที่เห็นว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐ ธรรมนูญ และสามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้ในกรณีที่คำสั่งของบุคคลใดขัดต่อรัฐ ธรรมนูญ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง ให้วินิจฉัย คำสั่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ 184/ 2553 ที่ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย
สวนหมัดคำท้าทายของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ที่ประกาศว่าจะไม่ฟังคำความเห็นของใครนอกจากคำวินิจฉัยของศาลเท่านั้น สถานะของคุณหญิงจารุวรรณ ที่เจ้าตัวยึดมั่นถือมั่น คติที่ว่า “ตัวกูเป็นของกู” จึงดูน่าหนักใจอย่างยิ่ง
เพราะหน่วยงานขั้นปรมาจารย์ด้านกฎหมายของประเทศไทย ทั้งคณะกรรมการกฎษฎีกา มาจนถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงความเห็นในทิศทางเดียวกันแล้วว่า ตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 29 ข้อ 2 มีความหมายให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ณ ขณะนั้นคือคุณหญิงจารุวรรณ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2550 เท่านั้น
หลังจากวันที่ 30 [...]