สมชัย ศรีสุทธิยากร สู้ยิบตารักษาเก้าอี้สุดฤทธิ์
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 14:17 น.

 

  ฮึดสู้รักษาเก้าอี้สุดฤทธิ์

               

ตามปรากฏการณ์ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติเซตซีโร่กกต.ทั้งชุด  ผลัก 5 เสือกกต.ชุดปัจจุบัน กระเด็นตกเก้าอี้ภายหลังจากที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ “ปลา 2 น้ำ” ภายในองค์กรอิสระ

                       

 ส่งผลให้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ออกมาตอบโต้ทฤษฎีปลา 2 น้ำ ตั้งท่าตรวจสอบกลับ 9 รัฐมนตรีในรัฐบาลที่มีปัญหาเรื่องการถือครองหุ้นไม่ถูกกฎหมาย

               

 สวนหมัดเอาคืน ส่อเค้าบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร

                

“สมชัย ศรีสุทธิยากร”  คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  1 ใน 5เสือกกต.ที่จับจองยึดพื้นที่สื่อได้มากกกว่าใคร ขึ้นชื่อเรื่องฝีปากจัดจ้าน สไตล์คารมเชือดเฉือน

                

มีอารมณ์ศิลปินเจ้าบทเจ้ากลอนสูง  มักใช้สื่อในโลกโซเซียลต่อปากต่อคำกับคู่กรณีในทุกสถานการณ์

                        

คนเมืองลูกน้ำเค็ม จ.สมุทรสาคร เกิด 23 ต.ค.2501 ดีกรีปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และปริญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  

                

คลุกคลีคร่ำหวอดอยู่ในสนามเลือกตั้ง20 กว่าปี ตั้งแต่ปี2536 ในฐานะองค์การเอกชนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครตรวจสอบและสังเกตการเลือกตั้ง

                

เคยสวมหัวโขนเป็นเลขานุการองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเนต) ผ่านการตรวจสอบการเลือกตั้งมาหลายยุค หลายสมัยรัฐบาล จนสร้างชื่อติดหูเป็นที่รู้จักในสังคม

               

สลัดภาพอาสาสมัครที่เคยตรวจสอบจับตาการเลือกตั้ง กระโดดเข้ามาเป็นผู้จัดการเลืกตั้ง ในบทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ปี 2556  กำกับดูแลงบประมาณนับพันล้านบาท  เพื่อมาทำหน้าที่ควบคุมการจัดการเลือกตั้งโดยสมบูรณ์แบบ  ได้รับผิดชอบเป็นกกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง 

          

ทำหน้าที่เป็นตัวปะทะกับคู่กรณีที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานกกต.  มักออกตัวแรง เปิดศึกวิวาทะอยู่เป็นประจำ  ทำให้มีโจทก์อยู่หลายราย

                       

 เจอศึกหนัก ไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ครบทุกพื้นที่ ช่วงเลือกตั้งปี 2557 เพราะถูกกลุ่มกปปส.กระจายกำลังปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งในหลายหน่วย จนถูกฝ่ายการเมืองถล่มยับเยิน ขับไล่ข้อหาไร้ประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง

                

ช่วงทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 2560 ออกกฎเหล็กสารพัดข้อห้ามต่างๆนานา ที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดพ.ร.บ.ประชามติ อาทิ การใส่เสื้อรณรงค์รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กลายเป็นประเด็นโจษจันที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว

                

ออกโรงมาปะฉะดะอีกครั้ง เที่ยวนี้มีคู่กรณีเป็นทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติให้เซ็ตซีโร่กกต. ทั้งยวง ต้องหลุดจากเก้าอี้ในทุกกรณี

               

ไม่ว่าจะมีคุณสมบัติการเป็นกกต.ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญปี 60หรือไม่ก็ตาม  เนื่องจากไม่ต้องการให้มีปลา 2 น้ำอยู่ในองค์กรเดียวกัน

                

ลาก “สมชัย” ออกมาตอบโต้กรธ.และสนช. ทุกช็อกอย่างไม่ลดละ

                

ปักหลักสู้ยิบตารักษาเก้าอี้จนถึงที่สุด