"ณิชา" เข้าขอบคุณตร.จับคนร้ายได้ ย้ำไม่รู้จักแก๊งคอลเซ็นเตอร์
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ.2561 เวลา 16:45 น.

 

"ณิชา" เข้าขอบคุณตำรวจจับผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ ยันไม่รู้จักหญิงนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี ยอมรับเคยทำบัตรประชาชนหาย 3 ครั้ง


จากกรณีของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ถูกคนร้ายที่เป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้ น.ส.ณิชาเป็นผู้รับเคราะห์เป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมหญิงที่นำประชาชนของ น.ส.ณิชาไปเปิดบัญชีมาได้แล้วนั้น


ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่สน.ห้วยขวาง น.ส.ณิชา พร้อมด้วยพี่สาวได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน


น.ส.ณิชา กล่าวว่า ที่เดินทางมาในวันนี้เพื่อขอบคุณตำรวจที่ทำงานไวรวดเร็วพร้อมทั้งยันยืนความบริสุทธิ์ ขอให้รอผลการตรวจสอบจากตำรวจก่อน ซึ่งเชื่อว่าความจริเป็นสิ่งไม่ตาย เพราะที่ผ่านมาก็ให้ปากคำและข้อมูลการโทรศัพท์ และบัญชีธนาคารกับตำรวจไปหมดแล้ว รวมทั้งไม่เคยติดต่อและรู้จักส่วนตัวกับผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจคุมตัวมาสอบสวน ในชีวิตไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ ที่ผ่านมาเรื่องนี้กระทบกับตนและครอบครัวอยู่แล้ว จนนอนไม่หลับ แต่วันนี้เมื่อตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ วันนี้ก็นอนหลับแล้ว


น.ส.ณิชา กล่าวต่อว่า ที่มีข้อมูลว่าตนโทรศัพท์ติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหานั้น ตนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะถูกนำชื่อไปใช้เปิดซิมทั้ง4 หมายเลข ที่ย่านบางใหญ่ ส่วนบัตรประชาชนยืนยันว่าทำหายไปทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกคือปี 2557 และปี 2560 สองครั้ง และไปทำใหม่โดยที่ไม่ได้ไปแจ้งความ สำหรับเงินหมุนเวียนในบัญชีของตนกว่า 6 ล้านบาทนั้น เป็นของครอบครัวที่ได้มาจากการทำธุรกิจ ซึ่งอยู่ในบัญชีตั้งแต่อายุ 18 ปี เฉลี่ยแล้วเป็นเงินหมุนเวียนในรอบ 6 ปี ที่ผ่านมา เดือนละ 100,000บาท ซึ่งปัจจุบันก็มีเงินเหลืออยู่ไม่มาก ส่วนกรณีเงิน 300,000 ที่มีการโอนเข้ามาในบัญชีนั้นตนไม่ทราบจริงๆ


พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก.ตร. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของน.ส.ณิชานั้นตนยังไม่ได้รับรายงานทั้งนี้คดีดังกล่าวสำนวนอยู่ที่ บช.ภ.6 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเป็นเพียงผู้ขยายผลสืบสวนเท่านั้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าตัวละครใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานไว้อยู่แล้ว เพียงแค่รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานให้เกิดความชัดเจนก่อน


สำหรับน.ส.ณิชา ขณะนี้อยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา เพราะฉะนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถเรียกมาสอบได้ และน.ส.ปวีณา ยังอยู่ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำเนื่องจากว่ายังไม่พบหลักฐานที่เพียงพอในการขอศาลออกหมายจับ เบื้องต้นน.ส.ปวีณา ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้อยู่ระหว่างการขยายผลต่อไป


รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เปิดบัญชีธนาคารได้ครบทั้งหมดแล้ว โดยพบว่าเป็นขบวนการแก๊งโรแมนสแกม และในวันที่ 15 ม.ค. จะประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่ามีการถ่ายโอนเงินไปยังบัญชีใดอื่นหรือไม่ ก่อนจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันอังคารที่ 16 ม.ค. ที่สตช.

 

ที่มา : Posttoday