"เปิ้ล" ควง "จูน" เผยวินาทีเฉียดตายแข่งเจ็ทสกีแหกโค้ง
วันที่เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 17:38 น.

 

ครอบครัวอารมณ์ดีคุณพ่อ "เปิ้ล นาคร" กับคุณแม่ "จูน กษมา" ยกครอบครัวพาลูกทั้ง 4 ออ "ออกู๊ด ออก้า ออเกรซ และออกัส" มาออกงานอีเวนท์ งานนี้ "คุณพ่อ" เปิ้ลได้เปิดใจวินาทีเฉียดตายจากการไปแข่งขันเจ็ทสกีแหกโค้งพลิกคว่ำ หวิดจมน้ำดับ ถูกส่งตัวเช็คน้ำในน้ำสมองที่โรงพยาบาล เจ้าตัวบอกสาเหตุเกิดจากการอยากที่จะแข่งขันเอาชัยชนะ เจ้าตัวก็ได้เร่งความเร็ว โดยไม่มีการเหยียบเบรคเลย ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เผย ณ ตอนนี้รีบถอดตัวเองพุ่งออกมาจากใต้น้ำให้ได้ โดยตั้งสติได้คิดถึงหน้าลูกเมียก็เอาชีวิตรอดมาได้ บอกเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำครั้งนี้เป็นครั้งแรก เก็บไว้เป็นบทเรียนว่าครั้งหน้าอย่าพลาดแบบนี้อีก ด้านภรรยา "จูน" ก็บอกทำใจรู้อยู่แล้วว่าห้ามอีกฝ่ายเลิกเล่นไม่ได้ แต่ก็จะขอทำหน้าที่ภรรยาดูแลสามีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง รับหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นก็ได้ชวนคุณสามีไปตระเวนเดินสายทำบุญสะเดาะเคราะห์ แย้มเร็วๆนี้จะพาครอบครัว "น้องออกู๊ด" ขับเจ็ทสกีไปดูปลาวาฬตามที่ร้องขอ ยันไม่ห้ามลูกเล่นเจ็ทสกี เพราะเป็นสิ่งที่น้องชอบ

 

"เปิ้ล นาคร เผยจูนกราม่าอยู่พักนึงจะทำยังไงพี่เปิ้ลเลิกแข่งเล่นเจ็ทสกีให้ได้ เราก็บอกจูนนะคือถ้าจูนบอกให้เลิกเหล้านาเสพติดพี่จะเลิกนะ แต่ไม่ได้เล่นนะ มาบอกให้เลิกเล่นกีฬาอะไรอ่ะ มีใครมาบอกเล่นพวกนี้มันก็ไม่นะ การที่เรายังคิดเล่นเจ็ทสกีอยู้เราตั้งใจจะเลิกแข่งอายุ 70 ปีเราจะทำเป็นคนแรกของโลกเราจะแข่งไปถึงตอนนั้น ถาม่าเป็นห่วงลูกไหม อยากจะบอกตรงนี้เลยว่าแข่งครั้งต่อไปจะขี่ให้ช้าลง ไหนวันนี้ต้องบอกเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการแข่งขันความเร็วมา 23 ปี เป็นครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุในเก้าอี้ใต้น้ำแบบแคบๆกลับหัว เหมือนเอาเชือกผูกเก้าอี้ถูกโยนไปใต้น้ำ เราต้องปลดเชือกออกเอาชนะมันให้ได้ สันนั้นเราก็ชนะ เรามองใต้น้ำตลอดเลยนะ อันดับแรกปลดเข็มขัด อันดับสองปลดพวงมาลัย จังหวะปลดพวงมาลัยปลดไม่ออก เคยหนักมาหลายครั้งเยอะกว่านี้แต่จมไปอยู่ใต้น้ำเป็นครั้งแรกในชีวิต เราปลดได้ปุ๊ปเรามองหาแสวงสว่าง ตัดสินใจถีบตัวเองพุ่งไปหาแสวงบนน้ำทันที เรารู้ว่าวันนั้นเราทำอะไรเกินลิมิตตัวเอง เพียงแค่เราอยากชนะ เราไม่แตะเบรคเลย เราทำเกินตัวเอง มันบอกเลยตรงนั้นเราทำอะไรก็ตามมันใช้เกิดตัวเองโอกาสจะพลาดล้มแล้วจะสูงมาก เราดีใจมากที่เตือนสติอีกครั้งที่โดนมันจะสอนตัวเราเองไม่ให้พลาด หลังจากนั้นพาไปทำบุญเก้าวัดกัน เป็นเพราะเราอยากเป็นที่หนึ่งแค่นั้นเอง พอเกิดเหตุถึงคนมาช่วยกัน มีเด็กคนนึงในแข่งขันวิ่งเข้ามาช่วยกระโดดพุ่งลงน้ำด้วยความเร็ว เค้ารู้ว่าเป็นขนาดนี้โอกาสตายสูงมาก ล่าสุดจะพาออก้า ไปขี่เจ็ทสกีดูโลมา เค้าดูยูทูปบ่อย เราบอกจะพาไปปากอ่าวบางขุนเทียน เค้าจะมีปลาวาฬปากอ่าวไทยมาทุกปี จะมีพวกเรือนักท่องเที่ยวพาไปดูกันปกติ จะพาออก้าขี่จักรยานไปดูปลาวาฬกัน ไปทั้งครอบครัว ถ้าเค้าอยากแข่งความเร็วต้องซื้อเรือเร็วๆกว่าคนอื่นจะได้ชนะ"

 

"จูน กษมา เราเห็นภาพตรงนั้นภาพไลฟ์สดเราทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กรี๊ดๆอยู่บ้าน เราอยู่กทม. เค้าไปแข่งด้วยตัวเองต่างจังหวัด เคยยื่นคำขาดแต่รู้ว่าไม่ได้ช่วยอะไร อย่างที่บอกแค่ทำใจ ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด น้องๆไม่ได้รู้เรื่อง มาให้ดูภาพตอนหลัง พออยู่ทางนี้ก็เป็นห่วง เห็นอยู่ในรถพยาบาล เราตามติดไม่ได้ช่วยอะไร เราก็รอเลี้ยงลูกอยู่บนฝั่ง จูนหายห่วงมั่นใจในตัวพี่เปิ้ล ออกเาชอบขี่เจ็ทสกีมาก เราหายห่วงพี่เปิ้ลดูแลลูกมากกว่าเดิมอีก แล้วเวลาเล่นพ่อลูกเท่านั้น ไม่ได้แข่งขับคนเยอะๆ ขับเล่นๆมากกว่า ตอนนี้เด็กๆทำอะไรมีหน้าที่สนับสนุนอย่างเดียว เรามีหน้าที่แค่นั้น หลังจากนั้นไปทำบุญ 9 วัดปกติธรรมดาหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นค่ะ"