"แม่กุญแจซอล" ปล่อยโฮไม่เห็นหน้าลูกนาน รับลูกสาวท้อง!
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2560 เวลา 19:36 น.

 

หลังจากมีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่าตอนนี้ กุญแจซอล-ป่านทอทอง บุญทอง อดีตนางเอกช่อง 7 ซึ่งเป็นลูกสาวของนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ หนึ่ง-นึกคิด บุญทอง กำลังตั้งท้องแก่ หลังจากมีคนเข้าไปคอมเม้นต์ว่า “ใกล้คลอดรึยัง” ก่อนที่ข้อความนั้นจะถูกลบออกไป พร้อมกับที่นางเอกสาวได้ตั้งไอจีเป็นส่วนตัว ล่าสุดมีคนนำภาพที่ ‘กุญแจซอล’ ในรูปร่างที่อวบขึ้นผิดหูผิดตากำลังนั่งกินข้าวกับ นาวาอากาศโท ฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย แฟนหนุ่มดีกรีกัปตันสายการบินไทยสไมล์ ออกมาเผยแพร่ จนทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่านางเอกชื่อดังกำลังตั้งท้องตามที่เป็นข่าวจริงหรือไม่?!


ทั้งนี้ ข่าวสดออนไลน์ สายตรงสอบถามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นกับทาง แม่มุก-มุกดา บุญทอง คุณแม่ของนางเอกสาว ซึ่งได้เปิดใจให้ฟังถึงเรื่องราวทั้งหมด ถามถึงกระแสข่าวตั้งท้องดังกล่าว


“บอกตรงๆ ว่าแม่รู้เท่าที่กับทุกคนรู้เลย เพราะว่ากุณแจซอลไม่ได้อยู่กับแม่ 8 เดือนแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าพอคบกับผู้ชายชื่อ ‘ณัฏฐ์’ ตอนนั้นครอบครัวก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร กระทั่งผู้ชายจะมาสู่ขอลูกสาวแม่แต่งงาน ซึ่งแม่ก็ได้มีการพูดคุยกับครอบครัวของฝ่ายชายเรียบร้อยแล้วที่ จ.สุราษฎร์ธานี (บ้านเกิดของฝ่ายชาย) คุยกันว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ สินสอดเท่าไหร่ ทุกอย่างคุยจบไปแล้ว แต่ตอนที่ไปสุราษฎร์ฯ ตัวคุณพ่อ (หนึ่ง-นึกคิด บุญทอง) ไม่ได้ไปด้วย หลังจากคุยกันเสร็จเรียบร้อยกุญแจซอล กับ นัทก็ขึ้นมากรุงเทพฯ ก่อนสองคน แต่แม่ยังอยู่ที่สุราษฎร์ฯ อีกหนึ่งวัน วันที่เขาสองคนกลับขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มาเจอคุณพ่อที่บ้าน คุณพ่อพูดประโยคเดียวว่า “เพิ่งคบกันเอง มันไม่ไวเกินไปหน่อยเหรอ ดูๆ กันไปก่อนดีมั้ย”


เท่าที่ฟังจากน้องๆ ของกุญแจซอลเล่าให้ฟัง คือคุณพ่อพูดดีมาก แต่ผู้ชายกลับฉุน พูดไม่ดี และตะคอกใส่คุณพ่อ โดยที่ไม่สนใจเลยว่าคุณพ่อเคยป่วยเป็นโรคหัวใจ พออีกวันแม่กลับมากรุงเทพฯ น้องสาวกุญแจซอล ก็มาบอกว่าสองคนนั้นเขาจะคุยกับแม่ แต่ตอนนั้นแม่กลับมาดึกแล้วเลยคุยกับผู้ชายว่า “ยังไงค่อยคุยกันวันหลัง วันนี้แม่เหนื่อย” ผู้ชายก็บอกว่า “ครับๆ” ในขณะที่กุญแจซอลกำลังคุยโทรศัพท์กับคุณพ่อเพราะมีบ้านสองหลัง อยู่ๆ พอเห็นผู้ชายเดินออกไปก่อนทำเสียงเรียกดุใส่ว่า “ไป” แล้วก็ปิดประตูดังโคร่ม! ขับรถพากุญแจซอลออกจากบ้านไปเลยอย่างเร็ว”


“ผู้ชายคนนี้อายุ 38 ปี ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เหตุผลที่แม่ให้เขาคบกันเพราะเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ เป็นทหาร หน้าที่การงานก็ไม่น่าทำให้ลูกสาวเราลำบาก ที่สำคัญคือเรื่องอายุของทั้งคู่ก็สมควรแล้ว แม่ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่ากุญแจซอลไม่เคยมีแฟน มีคนมาจีบบ้างแต่ไม่ถึงขั้นกับคนนี้ แต่กลายเป็นว่าผู้ชายคนนี้มากำกับลูกเราหมดทุกอย่าง ไม่ให้เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ตอนนั้นที่แม่ไม่อยากให้เป็นข่าวเพราะคิดว่าเขาทั้งสองคนคงจะสำนึกได้คิดได้ ก่อนหน้านี้เคยมีนักข่าวมาถามว่ากุญแจซอลไม่อยู่บ้านแล้วเหรอ แม่ก็ช่วยแก้ตัวให้เพราะคิดว่าเขาจะมีสามัญสำนึก แต่เขากลับคิดอะไรไม่ได้เลย ใครที่ไปพูดกับเขาว่ากลับมาบ้านเถอะ พ่อแม่คิดถึง คำที่ทำให้พ่อแม่เจ็บคือกุญแจซอลพูดว่า “ต้องปรึกษาพี่นัทก่อน” คือผู้ชายขู่ทุกคนที่โทร.ไปหาเขาและกุญแจซอล แม่เชื่อว่าส่วนหนึ่งกุญแจซอลน่าจะถูกผู้ชายบงการด้วย”


“แม้กระทั่งกับแม่ของผู้ชายเองก็ไม่ให้ข้อมูลอะไรกับครอบครัวเราทั้งสิ้น แม่โทร ไปขอร้องแม่เขา อ้อนวอนก็แล้ว พูดดีก็แล้ว ด่าก็แล้ว แต่แม่เขาก็พูดมาประมาณว่า “ลูกไม่ให้ยุ่ง” แล้วที่เจ็บไปกว่านั้นคือแม่ของผู้ชายเอาครอบครัวเราไปพูดให้เสียหายอีกว่า “แม่เรียกสินสอด 20 ล้าน” พูดทำนองว่าครอบครัวเราขายลูกกิน ทั้งที่ความจริงเรียกสินสอดแค่ 2 ล้านเพราะเห็นว่าที่กรุงเทพฯ ผู้ชายไม่มีบ้านของตัวเอง อยู่เป็นอพาร์ตเมนต์ เช่าที่โน่นที่นี่ตามที่เห็นมาประมาณนั้น แม้แต่แหวนที่จะใช้หมั้นก็เป็นแหวนของทหารอากาศที่ผู้หญิงใส่มาไม่รู้กี่คนแล้ว แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ขอแค่ให้เกียรติลูกสาวเรา แต่นี่กลับไม่ให้เกียรติกันเลย ไปทำปู้ยี่ปู้ยำ อีกอย่างตอนนี้กุญแจซอลก็จะเข้าข้างแฟนเขา เรียกว่าอยู่ในช่วงที่กำลังหลง”

 


เมื่อถามว่า ทั้งสองคนคบหากันได้นานแค่ไหนถึงมีการพูดคุยเรื่องแต่งงาน?
“เขาเพิ่งคบกันได้ไม่นานเองค่ะ แล้วที่แม่อึ้งไปกว่านั้นก็ตอนที่มารู้ว่ากุญแจซอลท้อง ยืนยันว่าท้องจริงๆ แม่เห็นจากรูปแล้ว ทุกคนในบ้านก็อึ้งกันหมด แม่ก็เสียใจว่าทำไมผู้ชายถึงทำแบบนี้ อุตส่าห์ไว้ใจว่าเป็นทหารก็น่าจะให้เกียรติกันบ้าง แม่เลี้ยงลูกมาก็อบรมมาอย่างดี ผู้ชายคนนี้พากุญแจซอลออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. วันนี้คือ 9 ต.ค. เท่ากับครบ 8 เดือนพอดี แม่ทราบว่าตอนนี้กุญแจซอลใกล้จะคลอดแล้ว ถ้าใกล้จะคลอดแล้วก็หมายความว่าเขาสองคนไปมีอะไรกันก่อนวันที่จะพากันออกจากบ้าน”


เมื่อถามว่า ทุกวันนี้หัวอกของพ่อแม่เป็นอย่างไรบ้าง?
“ช่วงที่เขาสองคนออกจากบ้านไปแรกๆ แม่ไม่ได้นอนเลย คือเป็นธรรมดาของพ่อแม่(เสียงสั่นเครือ)ที่เป็นห่วงลูก ตามหาทุกที่ก็ไม่เจอ จนตอนนี้ 8 เดือนแล้ว แม่ก็ทำใจเพราะลูกสาวอีก 2 คนขอร้องไว้ สิ่งที่แม่เสียใจคือตลอดเวลา 27 ปี แม่ไม่ได้เลี้ยงกุญแจซอลมาแบบนี้ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย แม่ก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา ทางคุณพ่อเองก็เป็นห่วงและคิดมากตลอด หลายครั้งที่คุณพ่อพาแม่ขับรถไปตามหาและดักรอกุญแจซอลที่สนามบินแต่ก็ไม่เคยเจอ คุณพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่ถ้าอารมณ์ร้อนขึ้นมาก็น่ากลัวเหมือนกัน เพียงแต่ตอนนี้ที่คุณพ่อใจดีเพราะเขาคิดว่าเขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูกอีก 2 คน ทุกวันนี้พ่อแม่ก็ได้ลูกสาวอีก 2 คนที่คอยให้กำลังใจ ช่วงแรกที่แม่เครียดมากๆ เพราะส่งไลน์ไปหา โอนเงินไปให้ แต่กุญแจซอลไม่เคยตอบอะไรกลับมาเลย เขาใจร้ายมาก แต่ลูกอีก 2 คนที่เหลือก็พาแม่ไปหาหมอ ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะค่ะ”


หลังจากนี้ห่วงไหมว่ากระแสจะตีกลับไปที่กุญแจซอล เพราะเรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อนกับสังคมไทย?
“กุญแจซอลไม่คิดหรอกว่าครอบครัวจะทุกข์ทรมานแค่ไหนที่อยู่ๆ ลูกหายออกจากบ้านไป(ร้องไห้) ทุกครั้งที่เห็นข่าวว่าทหารคนนั้นไปฆ่าคนนั้นคนนี้ หัวใจคนเป็นแม่ก็เป็นห่วง การที่แม่ออกมาพูดในวันนี้เพราะอยากให้จบ กุญแจซอลจะได้ไม่ต้องไปโกหกคนอื่นแล้วว่าไม่ได้ท้อง สิ่งที่แม่จะช่วยเขาได้ในตรงนี้คือ แม่คิดว่าเขาคงกลัวแม่จะรู้ว่าเขาท้องเลยต้องโกหก ถามว่าวันหนึ่งถ้าเขาสองคนจะมาขอขมาจะให้อภัยมั้ย แม่ก็ต้องคิดอีกว่าจะยังไง ”


เมื่อถามว่า มีโอกาสได้ปรึกษาต้นสังกัดของทั้งสองฝ่ายไหม?
“ต้นสังกัดของกุญแจซอลคือช่อง 7 ดีกับครอบครัวของเรามากๆ แม่กับพ่อก็ขอโทษเขากับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาก็ไม่ได้อะไรกับลูกเรา มีอะไรก็ช่วยเหลือ แต่ว่าตอนนี้กุญแจซอลไม่ได้เป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 แล้ว เพราะผู้ชายพากุญแจซอลไปขอยกเลิกสัญญา แล้วก็ไม่ให้ทำงานอะไรทั้งสิ้น ใครโทร.ไปหาเรื่องงานหรือตื๊อมากๆ ก็จะโดนขู่กลับมา จริงๆ วันที่เขาพากุญแจซอลออกจากบ้านไป อีกไม่กี่วันเขาสองคนมีงานเดินแบบที่ต้องออกด้วยกันซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ ทางเจ้าของงานโทร.ไปหากุญแจซอล แต่ผู้ชายไม่ยอมให้รับสาย เลยโทร.ไปหาผู้ชายแทน แต่ผู้ชายไม่ยอมให้คุยกับกุญแจซอล แล้วก็ขู่มาทางเจ้าของงานว่า “งานของคุณ คุณก็รับผิดชอบไป ระวังตัวเองไว้แล้วกัน” รวมถึงเพื่อนสนิทของกุญแจซอลโทร.ไปหาและขอคุยด้วยนิดนึง ผู้ชายก็ไม่ให้คุยค่ะ”


เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรถึงผู้ชายและกุญแจซอล?
“ไม่รู้นะแม่ (ร้องไห้และเสียงสั่น) บางครั้งมันเสียใจจนเลยตรงนั้นไปแล้ว เสียใจที่แม่ดีกับผู้ชายทุกอย่าง ไม่เคยกีดกัน ไว้ใจ ไม่นึกว่าเขาจะทำกับลูกเราอย่างนี้ ทุกวันนี้ลูกเราก็ปกป้องเขา แต่เขาไม่เคยปกป้องกุญแจซอลเลย แม่เคยพูดกับเขาด้วยว่า คบกันได้แต่เวลาที่กุญแจซอลทำอะไรไม่ถูก อย่าเข้าข้างกัน ผิดคือผิด ถูกคือถูก แต่ไม่นึกว่าเขาจะมาทำกับครอบครัวเราอย่างนี้ ตอนที่เขาสองคนออกจากบ้านไปใหม่ๆ แม่ก็ขอร้องให้พากุญแจซอลกลับมา แต่นี่เขาทำลายทุกอย่างของกุญแจซอลเลย ส่วนกุญแจซอลก็คิดอะไรของเขาเองในทางที่ผิดหมดเลย อย่างเรื่องเรียนแม่ก็บี้ให้รีบเรียนให้จบ เรื่องงานก็ให้รับผิดชอบทุกอย่าง แต่กลับไปคิดว่าแม่บังคับเขามากเกินไป ใช้งานเขาเยอะเกินไป

 

ไม่ให้ขับรถ ไม่ให้มีเพื่อน จริงๆ เรื่องขับรถคือแม่เป็นห่วงเขาเพราะเวลาขึ้นรถเขาชอบหลับ เคยซื้อรถมาให้เขาขับแต่เขาไม่ขับ อีกอย่างแม่เคยไปดูหมอมาก็บอกว่า อย่าเพิ่งให้ลูกขับรถนะ อันตราย แล้วตอนนั้นเขามีงานละครที่ต้องรับผิดชอบอยู่ แต่ว่าแม่ก็ให้เขาขับบ้าง ถ้าแม่ไม่อยากให้เขาขับรถจะบังคับให้เขาไปทำใบขับขี่ทำไม เรื่องที่บอกว่าไม่ให้มีเพื่อนเขาก็คิดของเขาเอง เขามีคนมาจีบกี่คนถามว่าแม่ไม่เคยให้กุญแจซอลไปกินข้าวด้วยเลยเหรอ ซึ่งไม่ใช่เพราะกุญแจซอลก็ไปกินข้าวกับทุกคน แล้วทางผู้ชายก็เอาไปพูดกับคนอื่นเพื่อโยนผิดมาให้แม่ แต่ผู้ชายไม่ได้นึกว่าแม่เลี้ยงลูกมาได้ 27 ปีมันเหนื่อยหนักขนาดไหน ตอนนี้กุญแจซอลมีแต่เสียกับเสียทุกอย่าง แต่ผู้ชายไม่เสียอะไรเลย”

 

 

 

 


ที่มา ข่าวสดออนไลน์