ชาดา ไทยเศรษฐ์ เจอกระตุกหนวดสยบบารมีเจ้าพ่อสะแกกรัง
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2560 เวลา 15:11 น.

 

ถูกกระตุกหนวดคาถิ่นลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง

 

ตามคลิปที่ว่อนไปทั่วโลกออนไลน์จากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและตำรวจทางหลวง นำรถปาดหน้าขบวนรถจำนวน 8 คัน ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตส.ส.อุทัยธานี และผู้กว้างขวางในพื้นที่  บนถนนทางหลวงหมายเลข 3183 ระหว่างเดินทางไปร่วมงานศพที่วัดหลุดเข้า ต.หลุมเข้า อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี

 

ในแผนปฏิบัติการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม ผลจากการบุกตรวจค้นขบวนรถ พบอาวุธปืนและกระสุนปืนหลายกระบอกในขบวนรถ

 

“ชาดา ไทยเศรษฐ์” อดีตส.ส.อุทัยธานี อายุ 56ปี  ขึ้นชื่อเป็นผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัด แม้จะเป็นส.ส.มาเพียงแค่ 2 สมัย แต่นับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบุกตรวจค้นบ้านมาแล้ว 3 รอบ

 

และเหตุการณ์บุกค้นขบวนรถเที่ยวล่าสุด เป็นครั้งที่ 4 ในการถูกตรวจค้น

 

มีอาณาจักรอยู่ที่ “บ้านดอนหมื่นแสน” ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี หรือที่คนในพื้นที่เรียกกันติดปากว่า “บ้านใหญ่”  จัดอยู่ในประเภท “ใจถึงพึ่งได้” ใครเดือดร้อนมักแวะเวียนไปพึ่งบารมีให้ช่วยเหลือ

 

ครอบครัว “ไทยเศรษฐ์”สืบเชื้อสายจากแขกปาทานของ “ปากีสถาน” เข้ามาตั้งรกรากที่จ.อุทัยธานี ตั้งแต่สมัยปู่ย่า  เข้ามาทำธุรกิจซื้อขายวัว ควายส่งออกต่างประเทศ และขายเนื้อวัวในตลาดอุทัย ขยายกิจการใหญ่โต  จนเกิดการช่วงชิงขัดแย้งในวงการตลาดซื้อขายวัวควาย กลายเป็นธุรกิจเลือด พ่อแม่และพี่ชายของ “ชาดา”ถูกยิงเสียชีวิตต่อเนื่อง เนื่องจากขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจซื้อขายวัวควาย

 

ญาติพี่น้องต้องพา “ชาดา”ที่ขณะนั้น ยังเป็นวัยรุ่นอายุ 15 ปี หนีออกจากพื้นที่ ไปตั้งหลักที่จ.กาญจนบุรี กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงกลับคืนสู่จังหวัดบ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อสานต่อธุรกิจค้าวัวควายของตระกูล โดยต่อสู้ทั้งบนดินและใต้ดินกับผู้มีอิทธิพลรายอื่นๆในพื้นที่

 

ในที่สุดสามารถขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจซื้อขายวัวควาย และกิจการค้าเนื้อในจ.อุทัยธานี ได้เพียงเจ้าเดียว จากนั้นได้ขยายไปทำธุรกิจอื่นๆอาทิ รับเหมาก่อสร้าง  ทำเหมืองหิน ธุรกิจโรงแรม

 

ลงทุนลงแรงจนมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ จึงกระโจนเข้าสนามการเมืองท้องถิ่นเป็นสมาชิกสภาเทศบาลอุทัยธานี ปี2533  สั่งสมบารมีในพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ จนไต่ระดับขึ้นเป็นใหญ่ได้เป็นนายกเทศมนตรีหลายสมัย

 

กระทั่งปี2550 ขยับจากสนามท้องถิ่นขึ้นสังเวียนระดับชาติ ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.อุทัยธานี ในสีเสื้อ “พรรคชาติไทยพัฒนา” และได้เป็นส.ส.อีกสมัยปี 2554

 

เคยถูกจับกุมข้อหาจ้างวานฆ่า นายสมเกียรติ จันทร์หิรัญ เลขานุการของนายประแสง มงคลศิริ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย ปี 2546 ต่อสู้ในทางคดี สุดท้ายศาลพิพากษายกฟ้องในปี 2548

 

หลังเหตุการณ์คสช.ยึดอำนาจปี 2557 มีนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล ชื่อของ “ชาดา”อยู่ในแบล็กลิสต์ที่ถูกตำรวจและทหารบุกตรวจค้นบ้านอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 3 รอบ ในวันที่ 23 ก.ค.2558  วันที่ 12 เม.ย.2559   วันที่23 มี.ค.2560

 

ล่าสุดคือการเปิดปฏิบัติการจู่โจมเข้าตรวจค้นขบวนรถ 8 คันของนายชาดา และลูกน้องที่จ.อุทัยธานี กลายเป็นข่าวฮือฮาทั่วประเทศ

 

กระตุกสัญญาณเตือนเข้มข้นการปราบปรามผู้มีอิทธิพลของคสช.