อาชญากรรม

ไฟเขียวแก้กฎศธ.ห้าม "นร.-นศ." แสดงชู้สาวทุกที่-ทุกเวลา

  ครม.ไฟเขียว ศธ.แก้กฎกระทรวงเพิ่มความประพฤติต้องห้ามนักเรียน-นักศึกษา ห้ามแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวทุกที่ ทุกเวลา ห้ามกระทำการลามกอนาจาร ห้ามเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่มสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น   เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายชลำ อรรถธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) รักษาการแทนเลขาธิการ กช. ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ. เสนอแก้ไขเพิ่มร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... และให้นำส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บัญญัติให้นักเรียน และนักศึกษา ต้องประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียน หรือสถานศึกษา และตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อเป็นการส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาให้มีความเหมาะสม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และคำนึงถึงความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา จึงได้มีกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่ง ศธ. ได้ดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายแล้ว เห็นสมควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น และได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียแล้ว   นายชลำ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 เกี่ยวกับลักษณะความประพฤติต้องห้ามของนักเรียนและนักศึกษา ดังนี้ 1. กำหนดเพิ่มเติมห้ามการรวมกลุ่ม มั่วสุม อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน 2.แก้ไขลักษณะความประพฤติที่ห้ามกระทำเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวอันไม่เหมาะสม จากเดิมที่ห้ามเฉพาะการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ เป็นการห้ามไม่จำกัดสถานที่ โดยตัดคำว่า “ในที่สาธารณะ” ออก และกำหนดเพิ่มเติมห้ามกระทำการลามกอนาจารด้วย 3.แก้ไขลักษณะความประพฤติที่ห้ามกระทำเกี่ยวกับการออกนอกสถานที่พัก เพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น จากเดิมห้ามเฉพาะเวลากลางคืน เป็นการห้ามไม่จำกัดเวลา โดยตัดคำว่า “เวลากลางคืน” ออก   “สาเหตุหลักที่ต้องมีการแก้ไขร่างกฎกระทรวงฯ เนื่องจากกฎกระทรวงเดิมฯ ใช้มาเป็นเวลา สถานการณ์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นต้องปรับแก้เพื่ออุดช่องโหว่ให้ครอบคลุม ให้สถานศึกษาสามารถกำกับควบคุมดูแล นักเรียนได้อย่างเต็มที่เหมาะสม ซึ่งการปรับแก้ดังกล่าวว่าไม่ได้หมายความว่าเด็กมีพฤติกรรมที่แย่ลง ตรงกันข้ามจากข้อมูลพบว่านักเรียนและนักศึกษามีพฤติกรรมที่ดีขึ้น เช่น ปัญหานักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทลดน้อย  โดยกฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ เมื่อมีการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ” นายชลำ กล่าว  

อ่านเพิ่มเติม